| เกี่ยวกับ อบต. |
รู้จัก.บทบาท..หน้าที่...อบต.
อบต.หรือองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ 2537 ( ปัจจุบันมีการแก้ไขถึงฉบับที่ 3 พ.ศ 2542 ) ครั้งแรกมีจำนวน 617 แห่ง เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2538 ปัจจุบันมีทั้งหมด 6,744 แห่ง ( ข้อมูล ณ 30 ส.ค 2545 ) มีรูปแบบคล้ายการปกครองระดับชาติกล่าวคือ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ฝ่ายการเมือง และฝ่ายประจำ
ก. ฝ่ายการเมือง ประกอบด้วย
1.สภา อบต. ประกอบด้ายสมาชิกสภา อบต. ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากประชาชนหมู่บ้านละ 2 คน โดยให้ที่ประชุมเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภา 1 คน รองประธานสภา 1 คน และเลขานุการสภา อีก 1 คนนอกนั้นเป็นสมาชิกสภา ( ซึ่งต้องเลือกตั้งเป็นประธานกรรมการบริหาร 1 คน และกรรมการบริหารอีก 2 คน ) โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยสภาองค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1.1 ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาตำบล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล
1.2 พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับตำบล ร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายประจำปี และร่างข้อบังคบงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม 1.3 ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบาย และแผนพัฒนาตำบล และกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ
2. คณะกรรมการบริการ สภา อบต. เป็นผู้เลือกคณะกรรมการบริหาร อบต. ประกอบด้วยประธานกรรมการบริหาร 1 คน และกรรมการบริหารอีกจำนวน 2 คน มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารกิจการทั้งปวงขององค์การบริหารส่วนตำบลดังนี้
2.1 บริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบลให้เป็นไปตามมติ ข้อบังคับ และแผนพัฒนาตำบล และรับผิดชอบการบริหารกิจการของ องค์การบริหารส่วนตำบลต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2.2 จัดทำแผนพัฒนาตำบลและงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อเสนอให้สภาองค์การบริการส่วนตำบลพิจารณาให้ความเห็นชอบ
2.3 รายงานผลการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายเงินให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบลทราบอย่างน้อยปีละสองครั้ง
2.4 ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ทางราชการมอบหมาย
ข. ฝ่ายประจำ ประกอบด้วย
1. สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป งานธุรการงานการเจ้าหน้าที่ งานสวัสดิการ งานประชุม งานเกี่ยว กับการตราข้อบังคับตำบล งานนิติกร งานการพาณิชย์ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานจัดทำแผนพัฒนาตำบล งานจัดทำข้อบังคับ งบประมาณประจำปี งานขออนุมัติดำเนินการตามข้อบังคับ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
2. ส่วนการคลัง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่าย การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การตรวจเงิน การหักภาษีเงินได้และการนำส่งภาษี การตัดโอนเงินเดือน การรายงานเงินคงเหลือ การจัดทำงบจัดทำบัญชีทุกประเภท งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
3. ส่วนโยธา ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานสำรวจ ออกแบบ เขียนแบบงานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานการก่อสร้าง งานซ่อมบำรุง งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย
4. ส่วนสาธารณสุข ( มีเฉพาะอบต. ชั้นหนึ่ง ) ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานสุขาภิบาล งานควบคุมโรคติดต่อ งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย
โครงสร้างการบริหารงาน
กรรมการปกครองได้จัดแบ่ง อบต. ออกเป็น 5 ชั้น โดยใช้รายได้เป็นเกณฑ์ในการแบ่ง ได้แก่
อบต. ชั้น 1 เป็น อบต. ที่มีเกณฑ์รายได้ตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป มีจำนวนพนักงานส่วนตำบลได้ 21 ตำแหน่ง ปัจจุบันมี 74 แห่ง
อบต. ชั้น 2 เป็น อบต. ที่มีเกณฑ์รายได้ 12-20 ล้านบาท มีจำนวนพนักงานส่วนตำบลได้ 12 ตำแหน่ง ปัจจุบัน มี 78 แห่ง
อบต. ชั้น 3 เป็น อบต. ที่มีเกณฑ์รายได้ 6 -12 ล้านบาท มีจำนวนพนักงานส่วนตำบลได้ 6 ตำแหน่ง ปัจจุบันมี 205 แห่ง
อบต. ชั้น 4 เป็น อบต. ทีมีเกณฑ์รายได้ 3 - 6 ล้านบาท มีจำนวนพนักงานส่วนตำบลได้ 4 ตำแหน่ง ปัจจุบันมี 843 แห่ง
อบต. ชั้น 5 เป็น อบต. ที่มีเกณฑ์รายได้ไม่เกิน 3 ล้านบาท มีจำนวนพนักงานส่วนตำบลได้ 3 ตำแหน่ง ปัจจุบันมี 5,544 แห่ง
อำนาจหน้าที่ อบต.
องค์การบริหารส่วนตำบลมีอำนาจหน้า ที่ในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ( มาตรา 66 ) ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบลมีหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ ( มาตรา 67 )
( 1 ) จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก
( 2 ) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะรวมทั้งกำจัดมูลฝอยแลสิ่งปฏิ+++ล
( 3 ) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
( 4 ) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
( 5 ) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
( 6 ) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
( 7 ) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
( 8 ) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
( 9 ) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณ หรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร
ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์การบริหารส่วนตำบลอาจจัดทำกิจการในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ ( มาตรา 68 )
( 1 ) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร
( 2 ) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
( 3 ) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ
( 4 ) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ
( 5 ) ให้มีและส่งเสริมกลุ้มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
( 6 ) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
( 7 ) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
( 8 ) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
( 9 ) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตำบล
( 10 ) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
( 11 ) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
( 12 ) การท่องเที่ยว
( 13 ) การผังเมือง
นอกจากที่องค์การบริหารส่วนตำบลจะสามารถดำเนินการภายในเขตของตนเองแล้ว องค์การบริหารส่วนตำบลยังอาจสามารถทำกิจการ นอกเขต ได้ หรือร่วมกับสภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เพื่อกระทำ กิจการร่วมกันได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับความยินยอมจากสภาตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือหน่วยการบริหารราชหารส่วนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้อง และกิจการนั้นเป็นกิจการที่จำเป็นต้องทำ และเป็นการเกี่ยวเนื่องกับกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ( มาตรา 73 )
นอกจากอำนาจหน้าที่ซึ่งได้กำหนดไว้ตามพระราชบัญญติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลแล้วยังมีการรับรองและกำหนดอำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลไว้ในพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ. ศ 2542 มาตรา 16 อีก มีทั้งหมด 31 ข้อประกอบด้วย
( 1 ) การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
( 2 ) การจัดให้มีและบำรุงรักษาทางบก ทางน้ำ และทางระบายน้ำ
( 3 ) การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบหรือท่าข้าม และที่จอดรถ
( 4 ) การสาธารณูโภคและการก่อสร้างอื่น ๆ
( 5 ) การสาธารณูโภค
( 6 ) การส่งเสริม การฝึก และประกอบอาชีพ
( 7 ) การพาณิชย์ และการส่งเสริมการลงทุน
( 8 ) การส่งเสริมการท่องเที่ยว
( 9 ) การจัดการศึกษา
( 10 ) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
( 11) การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพรี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
( 12 ) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
( 13 ) การจัดให้มีและบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
( 14 ) การส่งเสริมกีฬา
( 15 ) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิภาพของประชาชน
( 16 ) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
( 17 ) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง
( 18 ) การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิ+++ล และน้ำเสีย
( 19 ) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล
( 20 ) การจัดให้มีและควบคุมสุสานและฌาปนสถาน
( 21 ) การควบคุมการเลี้ยงสัตว์
( 22 ) การจัดให้มีและควบคุมการฆ่าสัตว์
( 23 ) การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและการอนามัย โรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่นๆ
( 24 ) การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
( 25 ) การผังเมือง
( 26 ) การขนส่งและการวิศวกรรมจราจร
( 27 ) การดูแลรักษาที่สาธารณะ
( 28 ) การควบคุมอาคาร
( 29 ) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(30 ) การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
( 31 ) กิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด |
|
| OvO (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:19 น. ] |
| |
ไม่ค่อยเด่นเลย ควรเน้น อบต. ไม่ใช่ โฆษณา หรือข่าวอื่น ๆ เอาที่มันเกี่ยวข้องกะ อบต. มาก ๆ หน่อย  |
| โดยคุณ _/\_ (203.151.33.*) [ วันศุกร์ ที่ 31 มีนาคม 2549 เวลา 11:21 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1 |
|
|
อำนาจ หน้าที่ อบต. มีอะไรบ้าง ?
1. องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม(มาตรา 66)
2. องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) มีหน้าที่ต้องทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ (มาตรา 67)
(1) จัดให้มีและบำรุงรักษาทางน้ำและทางบก
(2) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิ+++ล
(3) ป้องกันและระงับโรคติดต่อ
(4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
(5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
(6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
(7) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(8) บำรุงรักษาศิลป จารีตประเพณี ภูมิปัญญท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
(9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย โดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็น และสมควร
(ความเดิมในมาตรา 68 (8) ถูกยกเลิกและใช้ข้อความใหม่แทนแล้ว โดยมาตรา 14 และเพิ่มเติม (9) โดยมาตรา 15 ของ พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2542 ตามลำดับ)
3. องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) อาจทำในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้(มาตรา 68)
(1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกตร
(2) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น
(3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ
(4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจ และสวนสาธารณะ
(5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและกิจการสหกรณ์
(6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
(7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร
(8) การคุ้มครองดูและและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
(9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินขององค์การบริหารส่วนตำบล
(10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
(11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์
(12) การท่องเที่ยว
(13) การผังเมือง
(ความเดิมในมาตรา 68 (12) และ (13) เพิ่มเติมโดยมาตรา 16 ของ พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ.2542 )
|
| โดยคุณ .... (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:23 น. ] ผู้ตอบคนที่ 1 |
|
|
หน้าที่ความรับผิดชอบของประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลและพนักงานส่วนตำบล
ตามมาตรการการจัดเก็บรายได้ของอบต
1. ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย
ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ( ข้อ 1)
พิจารณามอบหมายให้ผู้หนึ่งผู้ใดรับผิดชอบเข้าร่วมเป็นกรรมการ พิจารณาตีราคาปานกลางที่ดิน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาตีราคาปานกลางที่ดิน ( ข้อ 3 )
3. พิจารณาประมาณการรายรับและขออนุมัติสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
( ข้อ5) ( ข้อ 5) (ข้อ 3)
4. แต่งตั้งเจ้าพนักงานประเมินภาษี บำรุงท้องที่และเจ้าพนักงานสำรวจทำการสำรวจจำนวนเนื้อที่ดิน ลักษณะการทำประโยชน์ที่ดิน (ข้อ 6) 4.- แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการประเมินค่ารายปี และคณะ กรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ (ข้อ3) แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมิน ภาษีโรงเรือนและที่ดินและพนักงานจัดเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ข้อ 6) 4. แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้า ที่ผู้ประเมินภาษีป้าย ผู้รับอุทธรณ์ ผู้รับชำระภาษีป้าย ผู้รับแบบแสดงรายการและรับแจ้งการโอนป้าย (ข้อ 4)
5. พิจารณานำเสนออุทธรณ์ภาษีบำรุงท้องที่ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อพิจารณา วินิจฉัยอุทธรณ์(ข้อ12) 5. ประกาศราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่เป็นปัจจุบัน (ข้อ 4) 5. วินิจฉัยอุทธรณ์หรือมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้วินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จภายใน 60 วันนับจากที่ได้รับแจ้งอุทธรณ์ และแจ้งผลการวินิจฉัยให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยเร็ว (ข้อ 10)
6. มีหน้าที่ร่วมกับคณะกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลจัดให้มีแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินตามลักษณะของที่ดินเป็นฐานข้อมูลในการจัดเก็บรายได้
(ข้อ 13) (ข้อ 13) (ข้อ 11)
7. อำนวยความสะดวกและให้บริการการชำระภาษีด้วยความเต็มใจและรวดเร็ว พร้อมทั้งหาวิธีการเพื่อที่จูงใจให้ผู้เสียภาษีมาเสียภาษี
(ข้อ 15) (ข้อ 14) (ข้อ 12)
8. เรียกเจ้าของที่ดินที่ค้างชำระมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารมาตรวจสอบ และอาจยึด อายัดหรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ที่ค้างชำระภาษีเพื่อนำเงินมาชำระภาษีโดยต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ว่าราชการก่อน (ข้อ 19) มอบหมายให้ปลัดอบต.แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ไม่มายื่นแบบภรด.2 ออกคำสั่งอายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษีเกิน 4 เดือน ข้อ 17) มอบหมายให้ปลัดอบต แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ไม่มายื่น แบบภ.ป.1 ออกคำสั่ง ยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ค้างชำระภาษี (ข้อ15)
9. ควบคุมการติดตามการเร่งรัดการชำระหนี้และพิจารณาโทษปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามสมควรแก่กรณี
(ข้อ 22) (ข้อ 20) (ข้อ18)
10. .เสนอรายงานประเมินผลการจัดเก็บรายได้ทุก 6 เดือน ต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
( ข้อ 24) (ข้อ22) (ข้อ 20)
1. ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รายได้ที่อบต. ได้รับจัดสรรจากส่วนราชการอื่น รายได้ที่อบต.ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล
1. ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งกระทรวงมหาดไทย
(ข้อ 1) และข้อ 4) (ข้อ 1) (ข้อ 1)
2.ออกข้อบังคับตำบลเพื่อจัดเก็บรายได้จากกิจการกำจัดสิ่งปฎิ+++ลและขยะมูลฝอย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กิจการตลาด การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร (ข้อ 3) 2. ศึกษาและติดตามการจัดสรรรายได้ตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 2) 2.ขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโครงการเงินอุดหนุนทั่วไปกรณีจำเป็นเร่งด่วน (ข้อ 7)
ออกหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของกิจการที่ยังมิได้ขออนุญาตให้มาขออนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมภายในกำหนดเวลาพร้อมกับแจ้งถึงบทลงโทษหากมีการฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตาม (ข้อ 10) 3.ออกข้อบังคับตำบลจัดเก็บรายได้ประเภทภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทค่าธรรมเนียม เพื่อรองรับการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2542 มาตรา 76 และ มาตรา80 (>ข้อ4) 3. พิจารณาร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เงินอุดหนุนและเสนอขออนุมัติสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 8)
4. ส่งข้อบังคับตำบลนั้นแก่จังหวัดเพื่อให้จังหวัดรายงานให้กระทรวงมหาดไทย (ข้อ 12) 4. ส่งข้อบังคับตำบลแก่จังหวัด เพื่อรายงานให้กระทรวงมหาดไทย (ข้อ9)
5. สั่งให้ผู้ประกอบกิจการ กำจัดสิ่งปฏิ+++ลและขยะมูลฝอย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กิจการตลาด การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร 2 ครั้งหยุดดำเนินการจนกว่าจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา65 วรรค 2 (ข้อ 15) 5. พิจารณาประมาณการรายรับและขออนุมัติสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 5)
6. แจ้งการตอบรับเงินที่ได้รับจัดสรร เพื่อเป็นการสอบยันความ ถูกต้องของจำนวนเงินที่ได้รับโอน (ข้อ 11)
ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ การเงินและการบัญชีเฉพาะด้านรายรับ การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
1. ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งกระทรวงมหาดไทย (ข้อ 1) พิจารณาความเหมาะสมการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสมกับท้องถิ่น เช่น การใช้หอกระจายข่าว ป้าย รถวิ่งรอบตำบล แผ่นพับ การสร้างเครือข่ายชุมชน ประชุมประชาคม ประชาสัมพันธ์ทางวิทยุโทรทัศน์ WEBSITE เป็นต้น (ข้อ 1) 1. ควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบและคำสั่งกระทรวงมหาดไทย (ข้อ 1)
2. จัดเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ทางการเงินและการบัญชีปฏิบัติงานในหน้าที่การเงินและการบัญชี(ข้อ 4) จัดตั้งหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่หรือหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้าน ตั้งซุ้มหรือเค้าเตอร์ โดยเฉพาะในเดือนที่ประชาชนต้องมาเสียภาษี (ข้อ 2) 2.จัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน โดยอาจตั้งคณะศึกษา ดูงาน ขอความร่วมมือในการจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินและขอให้ช่วยเป็นที่ปรึกษาจากหน่วยงานส่วนกลางหรือหน่วยงานส่วนท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จในการจัดทำแผนที่ภาษีและ ทะเบียนทรัพย์สิน เพื่อนำมาเป็นตัวอย่างในการจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน (ข้อ2)
3. พิจารณาสั่งการในกรณีรายงานเงินคงเหลือประจำวันไม่ตรงกับจำนวนเงินที่ส่งมอบให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน (ข้อ 8) 3.มีส่วนร่วมในกิจการของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมหมู่บ้าน ได้แก่ วัด กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพต่างๆ สหกรณ์ต่างๆ ศูนย์กีฬา ฯลฯ เพื่อสร้างความสนิทสนมและให้ความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 3) 3. ปรับฐานข้อมูลแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน โดยอิงระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำปรับข้อมูล การใช้และการเก็บรักษาแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินของเทศบาลและเมืองพัทยา พ.ศ. 2537 (ข้อ 3)
4. แต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย 2 คน โดยทำเป็นหนังสือ กรณีไปรับส่งเงิน ณ สถานที่ใดที่มีเงินสดเกิน 30,000 บาท และมีหลักฐานการรับส่งเงินด้วยทุกครั้ง (ข้อ 10) 4. แทรกหลักสูตรวิชาว่าด้วยองค์การบริหารส่วนตำบลในระบบการศึกษาระดับประถมศึกษาเพื่อให้เยาวชนไทยรู้จัก และเข้าใจในภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบลที่มีต่อท้องถิ่นตน (ข้อ 4)
5. สอบถามในกรณีที่ไม่ได้รับรายงานแสดงรายรับ-รายจ่าย งบทดลอง งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร และงบพิสูจน์ยอดเงินฝากคลัง (ข้อ 14) 5. ให้โอกาสแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ฝึกหัดงานการจัดเก็บงานอื่นตามสมควร และออกใบประกาศรับรองการผ่านการฝึกหัดงานหรือจ่ายค่าตอบแทนตามความเหมาะสมให้นักเรียน style="LETTER-SPACING: -0.4pt; mso-hansi-font-family: Cordia New">(ข้อ 5)
6.สอบถามในกรณีที่ไม่ได้รับรายงานการใช้ใบเสร็จรับเงินประจำปีงบประมาณ (ข้อ 18) 6.วางแผนการประชาสัมพันธ์ที่ระบุกิจกรรม งวดเวลา วิธีการ จำนวนเงิน สถานที่ และอัตรากำลังไว้ในแผนปฏิบัติงาน (ข้อ 6)
7. จัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบภายใน ในการรับเงิน การลงบัญชี และการรายงานทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ (ข้อ 19) 7. เป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนางานในท้องถิ่น ข้อ 8)
8. ตรวจสอบ และกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีให้ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน (ข้อ 20)
9. จัดรูปแบบการบริหารงานที่เหมาะสมกับสถานภาพและความพร้อมขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 21)
10. จัดให้มีการวางระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในตามมาตรฐานการควบคุมภายในที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด (ข้อ 23)
2. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเจ้าหน้าที่ประเมินภาษี มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย
1. ติดประกาศราคาปานกลางที่ดินที่ได้รับจากผู้ว่าราชการจังหวัด ณ ที่สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 4)
2. พิจารณาประมาณการรายรับจากการประเมินจำนวนเงินภาษีที่คาดว่าจะได้รับจากผู้ที่อยู่ในข่ายเสียภาษีและนำเสนอประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ5) (ข้อ >5) (ข้อ3)
3.ประกาศแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบเพื่อมายื่นแบบแสดงรายการที่ดิน (ภ.บ.ท.5) กรณีเจ้าของที่ดินที่อยู่นอกเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลให้ส่งหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบ ข้อ 8) 3. ออกหนังสือแจ้งพร้อมแนบแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนภ.ร.ด.2)ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบเพื่อมายื่นแบบภ.ร.ด.2 และชำระค่าภาษี(ข้อ 8) 3.ออกหนังสือแจ้งพร้อมแนบแบบแสดงรายการภาษีป้าย(ภ.ป.1)ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบเพื่อมายื่นแบบภ.ป.1 และชำระค่าภาษี (ข้อ 6)
4. ประเมินภาษีบำรุงท้องที่ให้ถูกต้องและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติโดยใช้ราคาปานกลางที่ดินที่เป็นปัจจุบันและลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นตัวกำหนดอัตราภาษีมาคำนวณกับจำนวนเนื้อที่ดินเป็นภาษีบำรุงท้องที่ที่ต้องชำระ (ข้อ 10) 4. ประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินให้ถูกต้องและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยใช้ค่าเช่าหรือกรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้ให้ใช้ราคาค่าเช่ามาตรฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรเป็นตัวกำหนดค่ารายปีของทรัพย์สินมาคำนวณกับอัตราภาษีเป็นภาษีโรงเรือนและที่ดินที่จะต้องชำระ( lang=TH>ข้อ 10) 4. ประเมินภาษีป้ายให้ถูกต้องและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยใช้อัตราภาษีป้ายตามประเภทป้ายมาคำนวณกับจำนวนเนื้อที่ป้ายเป็นภาษีป้ายที่จะต้องชำระ (ข้อ 8)
5.ประกาศการประเมินภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.10) ในกรณีที่เจ้าของที่ดินอยู่นอกเขตองค์การบริหารส่วนตำบลให้ทำหนังสือแจ้งให้เจ้าของที่ดินทราบ (ข้อ 11) 5.แจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.8) ให้ผู้รับประเมินทราบโดยไม่ชักช้า (ข้อ 11) 5.แจ้งรายการประเมินภาษีป้าย (ภ.ป.3) ให้ผู้รับประเมินทราบโดยไม่ชักช้า (ข้อ 9)
6.รับคำอุทธรณ์ภาษีจากเจ้าของที่ดินและเสนอประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อพิจารณานำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด และดำเนินการจัดเก็บค่าภาษีจากผู้อุทธรณ์ตามคำวินิจฉัย เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ฟ้องเป็นคดีต่อศาล (ข้อ 12) 6. ดำเนินการจัดเก็บค่าภาษีจากผู้อุทธรณ์ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ฟ้องเป็นคดีต่อศาล (ข้อ 12) 6.ดำเนินการจัดเก็บค่าภาษีจากผู้อุทธรณ์ให้เป็นไปตามวินิจฉัยอุทธรณ์ เว้นแต่ผู้อุทธรณ์ฟ้องเป็นคดีต่อศาล (ข้อ 10)
7.อำนวยความสะดวกและให้บริการการชำระภาษีด้วยความเต็มใจและรวดเร็ว พร้อมทั้งหาวิธีการเพื่อที่จูงใจให้ผู้เสียภาษีมาเสียภาษี
ข้อ 15) ข้อ 14) ข้อ 12)
8. ออกหนังสือเตือนแจ้งไปยังผู้ค้างชำระภาษี และอาจให้กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านหรือสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลช่วยติดตามเร่งรัดหนี้ให้ (ข้อ 19) 8. ออกหนังสือเตือนผู้ที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการ และผู้รับประเมิน(ข้อ 17) 8. ออกหนังสือเตือนผู้ที่ไม่ยื่นแบบแสดงรายการ และผู้รับประเมินที่ค้างชำระ (ข้อ 15)
9.เรียกเงินเพิ่มจากผู้ไม่มาชำระภาษีภายในกำหนด หรือผู้ที่เจตนายื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง ตามหลักเกณฑ์การเรียกเงินเพิ่มที่กำหนดในพร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ (ข้อ 20) 9. เรียกเงินเพิ่มจากผู้ไม่มาชำระภาษีภายในกำหนดหรือผู้ที่เจตนายื่นแบบไม่ถูกต้องทำให้เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ข้อ 18) 9.เรียกเงินเพิ่มจากผู้ไม่มาชำระภาษีภายในกำหนด หรือผู้ที่เจตนายื่นแบบไม่ถูกต้อง ทำให้เสียภาษีน้อยกว่าความเป็นจริง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชบัญญัติภาษีป้าย (ข้อ 16)
10. ควบคุมดูแล ติดตามการเร่งรัดชำระหนี้ และพิจารณาโทษเจ้าหน้าที่เร่งรัดชำระหนี้หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามสมควรแก่กรณี
(ข้อ 21) (ข้อ 19) (ข้อ 17)
11.ติดตามประเมินผลและจัดทำรายงานการจัดเก็บรายได้ โดยนำรายได้ที่จัดเก็บได้จริงเปรียบเทียบกับประมาณการรายรับ กรณีจัดเก็บรายได้ต่างไปจากประมาณการสังเกต ให้หาสาเหตุและแนวทางแก้ไข
(ข้อ 23) (ข้อ 21) (ข้อ19)
12. จัดให้มีการรายงานประเมินผลการจัดเก็บรายได้ทุก 6 เดือน และนำเสนอต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยผ่านประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล
ข้อ 24) ข้อ 22) ข้อ20)
2. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเจ้าหน้าที่ประเมินภาษี มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รายได้ที่อบต.ได้รับจัดสรรจากส่วนราชการอื่น ายได้ที่อบต.ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล
1. ตรวจสอบว่าผู้ประกอบกิจการกำจัดสิ่งปฏิ+++ลและขยะมูลฝอย กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ กิจการตลาด การจำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะ สถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร ได้ขออนุญาตและจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลทุกรายข้อ 5 1.ทวงถามเมื่อครบระยะเวลาการโอนเงิน ดังนี้ กรณีเงินจัดสรรผ่านกระทรวงมหาดไทยให้ออกหนังสือสอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทย กรณีจังหวัดจัดสรรให้ ให้ออกหนังสือสอบถามไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีหน่วยงานที่จัดสรรให้โดยตรง ให้ออกหนังสือขอให้กระทรวงมหาดไทยประสานงานกับกระทรวงเจ้าสังกัดสั่งการให้หน่วยงานปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวง ข้อ 7) 1. เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ จำนวนประชากร จำนวนหมู่บ้าน ขนาดของพื้นที่ และรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลให้กรมการปกครองใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาตามหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไป (ข้อ 3)
2. ออกหนังสือเตือนก่อนใบอนุญาตประกอบการหมดอายุ โดยให้มีหลักฐานเอกสารที่จะต้องนำมาแสดงการต่ออายุใบอนุญาตพร้อมกับแจ้งบทลงโทษหากไม่มาขอต่ออายุใบอนุญาตภายในเวลาที่กำหนด (ข้อ 11) 2. สำรวจประเภทรายได้และติดตามทวงถามจากส่วนราชการอื่น ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่3) พ.ศ.2542 (ข้อ 8) 2. ติดตามงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงมหาดไทย การตั้งงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนทั่วไปของกรมการปกครอง แผนพัฒนาเมือง งานสนับสนุนสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อจัดสรรให้องค์การบริหารส่วนตำบลทั่วประเทศ (ข้อ 4)
ตามกฎหมาย >ข้อ 18) 3. >จัดให้มีการรายงานรายได้ที่ได้รับการจัดสรรจากส่วนราชการอื่นทุก 6 เดือน เสนอต่อสภาอบต.โดยผ่านประธานกรรมการบริหารอบต. (ข้อ12) 3. ติดตามหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยเรื่องการอนุมัติเงินประจำงวดและสำเนาเอกสารประกอบใบอนุมัติเงินประจำงวด รายงานแผนการอนุมัติเงินอุดหนุนทั่วไปจำแนกตามภาค จังหวัด อำเภอ และตำบล แจ้งจำนวนเงินอุดหนุนทั่วไปที่ องค์การบริหารส่วนตำบลแต่ละแห่งจะได้รับ (ข้อ 5)
4.สอดส่องดูแลการฆ่าสัตว์ จำหน่ายเนื้อสัตว์ให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย (ข้อ 19) 4. ศึกษาและติดตามการจัดสรรรายได้ตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง (ข้อ 2) 4. จัดทำโครงการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เร่งด่วน (อบต.ระดับ 3 < 5) (ข้อ 6)
5.จัดให้มีการรายงานประเมินผลการจัดเก็บรายได้ทุก 6 เดือน เสนอต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยผ่านประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 20) 5. พิจารณาประมาณการรายรับตามประเภทเงินที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้รับจัดสรร และเสนอประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 5) 5. นำข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมที่ได้รับการอนุมัติจากสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายอำเภอ ปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 11)
6.จัดให้มีการรายงานรายได้ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาลทุก 6 เดือน เสนอต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล โดยผ่านประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 12)
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเจ้าหน้าที่ประเมินภาษี มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ การเงินและการบัญชีเฉพาะด้านรายรับ การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
1. ตรวจสอบ และกำกับดูแลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการเงินการบัญชีให้ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน(ข้อ 20) ประเมินผลเพื่อนำผลการประเมินไปปรับปรุงแผนการประชาสัมพันธ์ประจำปีถัดไป (ข้อ 7) 1. จัดเตรียมบุคลากร งบประมาณ วัสดุครุภัณฑ์ ให้พร้อมในการจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน (ข้อ 4)
2. ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่การเงินและการบัญชี (ข้อ 22) 2. เป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนางานในท้องถิ่น (ข้อ 8) 2. ใช้แผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินเป็นเครื่องมือจัดเก็บภาษี ตรวจสอบ ติดตามและเร่งรัดจัดเก็บภาษีให้ครบถ้วน ถูกต้องและเป็นธรรมต่อเจ้าของทรัพย์สิน (ข้อ 12)
3. มีส่วนร่วมในกิจการของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมหมู่บ้าน ได้แก่ กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพต่างๆ สหกรณ์ต่างๆ ศูนย์กีฬา ฯลฯ เพื่อสร้างความสนิทสนมและให้ความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 3) 3. อนุมัติการปรับฐานข้อมูลในแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน(ข้อ 16)
4. รายงานผลการจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน การใช้ทะเบียนทรัพย์สินในการจัดเก็บรายได้ และการปรับฐานข้อมูลให้ประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลทราบ ทุก 6เดือนและให้กรมการปกครองทราบตามที่กรมการปกครอง กำหนดเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ (ข้อ 18)
กรณีที่จัดทำแผนที่ภาษีฯ ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อ19ข้อ 24)5. จัดให้มีการแบ่งแยกอำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่หรือผู้ปฏิบัติงานระบบงานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินอย่างชัดเจน โดยแบ่งแยกหน้าที่ผู้ใช้ระบบงาน ฯ กับผู้แก้ไขหรือปรับข้อมูลออกจากกัน (ข้อ 19)
6. จัดให้มีระบบการป้องกันการเข้าถึงข้อมูลจัดเก็บภาษี เช่น ให้มีรหัสประจำตัวเจ้าหน้าที่ รหัสลับในการเข้าระบบงาน และระดับของการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น (ข้อ 20)
7. จัดให้มีการจัดระบบการนำข้อมูลเข้าเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์มีการกำหนดผู้มีหน้าที่นำข้อมูลเข้าและผู้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้าเป็นโดยเฉพาะ และข้อมูลที่จะนำเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยทุกครั้ง (ข้อ 21)
8.กำหนดให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับระบบงานฯ ตามที่ได้อนุมัติเท่านั้น สามารถเข้าไปใช้ระบบงานฯ ได้span style="mso-spacerun: yes"> (ข้อ 22)
9. กำหนดให้ผู้มีหน้าที่แก้ไขหรือปรับข้อมูล รายงานการแก้ไขหรือปรับข้อมูลให้ปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลทราบด้วย ข้อ23)
10. จัดให้มีระบบการสำรองข้อมูลระบบงานแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สินเป็นประจำและสม่ำเสมอ และควรจัดเก็บสำรองข้อมูลไว้ในที่ปลอดภัย (ข้อ24)
3. หัวหน้าส่วนการคลังหรือเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย
1.จัดทำประมาณการรายรับจากการประเมินจำนวนเงินภาษีที่คาดว่าจะได้รับจากผู้ที่อยู่ในข่ายเสียภาษีเสนอปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
(ข้อ 5) (ข้อ 5 ) (ข้อ 3)
2.จัดเตรียมแบบพิมพ์ต่างๆและใบเสร็จรับเงินให้พร้อมและเพียงพอ
ข้อ 7) (ข้อ 7) ข้อ 5)
3. รับแบบแสดงรายการที่ดินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือเจ้าพนักงานสำรวจ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและลงทะเบียนรับแบบภ.บ.ท.5 แล้วเสนอต่อเจ้าพนักงานประเมินภาษีบำรุงท้องที่ (ข้อ 9) 3.รับแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินภ.ร.ด.2)จากผู้มีหน้าที่เสียภาษี ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและลงทะเบียนรับแบบภ.ร.ด.2 แล้วเสนอเจ้าพนักงานประเมินภาษี (ข้อ 9) 3. รับแบบแสดงรายการภาษีป้าย ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและลงทะเบียนรับแบบภ.ป.1 แล้วเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินภาษี (ข้อ 7)
4. ปรับปรุงทะเบียนทรัพย์สิน (ผ.ท.4) โดยตรวจสอบกับแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน (ผ.ท.1) (ข้อ 14)
5.อำนวยความสะดวกและให้บริการการชำระภาษีด้วยความเต็มใจและรวดเร็ว พร้อมทั้งหาวิธีการเพื่อที่จูงใจให้ผู้เสียภาษีมาเสียภาษี
ข้อ 15) ข้อ 14) ข้อ12)
6. >จัดทำทะเบียนคุมการเบิกใช้แบบพิมพ์ต่างๆและใบเสร็จรับเงินตามลำดับเล่มที่และเลขที่
(ข้อ 16) (ข้อ 15) (ข้อ 13)
7. นำข้อมูลในแบบแสดงรายการที่ดิน(ภ.บ.ท.5)มาลงในทะเบียน ที่ดินและใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.6)ให้ถูกต้อง ครบถ้วน(ข้อ 17) 7. ลงทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ข้อ 11) 7.ลงทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ข้อ 9)
8. สรุปผู้ที่ไม่มาชำระภาษีเสนอต่อปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อส่งหนังสือเตือนให้มาชำระภาษี
(ข้อ 18) (ข้อ 16) (ข้อ14)
3. หัวหน้าส่วนการคลังหรือเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รายได้ที่อบต.ได้รับจัดสรรจากส่วนราชการอื่น รายได้ที่อบต.ได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล
1. จัดเก็บรายได้ผู้ประกอบการตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับตำบล (ข้อ 6) 1.จัดทำประมาณการรายรับตามประเภทเงินที่ได้รับจัดสรรตามกฎหมาย ระเบียบและหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย เสนอปลัดอบตพิจารณานำเสนอประธานกรรมการบริหารอบต. เพื่อขออนุมัติสภาอบต. (>ข้อ >5) 1. รายงานจำนวนเงินอุดหนุนทั่วไปที่ได้รับจัดสรรต่อประธาน กรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อจัดทำร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมเสนอสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ8)
2. จัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน >เคลื่อนย้ายอาคาร โดย 2.1 จัดเก็บค่าธรรมเนียมตรวจแบบแปลนตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 2.2 ออกใบอนุญาตและจัดเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 2.3 จัดเก็บค่าธรรมเนียมการขอต่ออายุใบอนุญาตตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 2.4ออกใบรับรองและเก็บค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (ข้อ 8.1) 2.นำสมุดคู่มือฝากคลังไปบันทึกการรับเงินที่คลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ เมื่อรับแจ้งการโอนเงินจากหน่วยงานที่จัดสรร (ข้อ 6) 2. ตรวจสอบความถูกต้องของเงินอุดหนุนที่ได้รับจัดสรร โดยนำสมุดคู่มือฝากคลังไป บันทึกการรับเงินจากคลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ (ข้อ 9)
3. ให้เก็บค่าธรรมเนียมอนุญาตโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงตามอัตราที่กำหนด (ข้อ 8.2) จัดทำทะเบียนคุมประเภทรายได้พร้อมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราส่วนของเงินรายได้แต่ละประเภท (ข้อ 10) 3. จัดทำฎีกาเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อยื่นต่อคลังจังหวัดหรือคลังอำเภอ ให้โอนเงินจากสมุดคู่มือฝากคลัง เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารขององค์การบริหารส่วนตำบล(ข้อ 10)
4. จัดเก็บค่าอากรและธรรมเนียมฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ตามพ.รบควบคุมการฆ่าสัตว์และจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. 2535(้อ .3)
5.เมื่อออกข้อบังคับตำบลและมีประกอบกิจการหากละเว้นไม่จัดเก็บถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ (ข้อ4)
3. หัวหน้าส่วนการคลังหรือเจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ การเงินและการบัญชีเฉพาะด้านรายรับ การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
1. จัดเตรียมใบเสร็จรับเงิน ทะเบียนคุมเงินรายได้ สมุดบัญชีแยกประเภทเงินรายได้ เอกสาร สิ่งพิมพ์และอื่นๆให้เพียงพอที่จะใช้ในปีงบประมาณ (ข้อ 3) มีส่วนร่วมในกิจการของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมหมู่บ้าน ได้แก่ วัด กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพต่างๆ สหกรณ์ต่างๆ ศูนย์กีฬา ฯลฯ เพื่อสร้างความสนิทสนมและให้ความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 3) 1.จัดทำทะเบียนทรัพย์สิน (ผ.ท.4) โดยใช้ข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ป้ายและการประกอบกิจการค้าที่ได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว (ข้อ 10)
2. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง และมีลายมือชื่อผู้รับเงินพร้อมตัวบรรจงในวงเล็บอย่างน้อยหนึ่งคน และห้ามขูดลบขีดฆ่าในใบเสร็จรับเงิน หากมีการแก้ไข ให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับ หรือยกเลิกทั้งฉบับ และติดไว้กับต้นขั้ว ต้นขั้วหรือสำเนาใบเสร็จรับเงินต้องเก็บรักษาไว้เป็นหลักฐานในการลงบัญชีเงินสด หรือเงินฝากธนาคารด้านรับ (ข้อ 6) 2. เป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนางานในท้องถิ่น (ข้อ8) 2. จัดทำทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี(ผ.ท.5) จากทะเบียนทรัพย์สินและจัดทำบัญชีคุมทะเบียนทรัพย์สินและทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี (ผ.ท.6) ข้อ11)
3. ลงรับ เงินรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลทุกประเภทที่ได้รับจัดสรร เงินรายได้ที่จัดเก็บเอง เงินอุดหนุน และเงินรายได้อื่นๆ ในทะเบียนคุมเงินรายได้ให้ครบถ้วน (ข้อ 7) 3. รวบรวมรายละเอียดลูกหนี้ที่ค้างชำระจากทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี(ผ.ท.5) ให้ถูกต้อง ครบถ้วน (ข้อ 13)
4. จัดทำรายงานเงินคงเหลือประจำวันที่มีการรับเงินจ่ายเงิน หากวันใดไม่มีการรับเงินจ่ายเงินให้หมายเหตุในรายงานเงินคงเหลือประจำวันในวันถัดไปและส่งมอบให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน (ข้อ 8) 4. จัดเก็บทะเบียนทรัพย์สินและทะเบียนคุมผู้ชำระภาษีตามรหัสชื่อเจ้าของทรัพย์สินตามตัวอักษรและตัวเลข (ข้อ 14)
5. เก็บรักษาเงินรายได้หรือเงินอื่นใดที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้รับไว้ในตู้นิรภัยขององค์การบริหารส่วนตำบล วงเงินไม่เกินที่ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินฯ พ.ศ.2541 กำหนด ส่วนที่เกินให้นำฝากธนาคาร คลังจังหวัด หรือคลังอำเภอ ถ้าต้องขยายวงเงินเก็บรักษาให้ขออนุมัติประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ9) 5. ปรับฐานข้อมูลในทะเบียนทรัพย์สินให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยในการปรับข้อมูลดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 16)
6. ทุกสิ้นเดือน จัดทำรายงานแสดงรายรับรายจ่าย งบทดลอง งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร และงบพิสูจน์ยอดเงินฝากคลัง เพื่อเสนอประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบลและนายอำเภอ (ข้อ14) 6. สำรวจทะเบียนทรัพย์สินที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งาน และไม่มีภาษีค้างชำระ เมื่อครบ 1 ปีนับแต่วันที่ไม่ได้ใช้งาน ให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบและควบคุมการทำลาย ข้อ 17)
7.ทุกสิ้นปีงบประมาณ นำรายละเอียดลูกหนี้ที่ค้างชำระในทะเบียนคุมผู้ชำระภาษี มาสรุปเพื่อตั้งเป็นรายได้ค้างรับในงบแสดงฐานะการเงิน (ข้อ 15)
8.ทุกสิ้นปีงบประมาณ ทำการปิดบัญชีจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน พร้อมงบประกอบอื่นๆ ได้แก่ งบทรัพย์สิน งบหนี้สิน งบรับจ่าย งบรายรับรายจ่าย ตามงบประมาณประจำปี เงินลูกหนี้เจ้าหนี้ รายละเอียดลูกหนี้ค้างชำระ รายละเอียดเงินยืมคงค้าง ให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน และส่งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคตรวจสอบภายใน 90 วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ พร้อมส่งสำเนาให้นายอำเภอ เพื่อทราบและปิดประกาศให้ทราบทั่วกัน (ข้อ 16)
9. จัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน เพื่อตรวจสอบ ใบเสร็จรับเงินเล่มใดที่ยกเลิกการใช้ ให้คงฉบับนั้นติดไว้กับเล่ม และทำการปรุ เจาะรู หรือประทับตราเลิกใช้ (ข้อ 17)
10. เก็บรักษาใบเสร็จรับเงินที่ยังไม่ได้ใช้ไว้ในที่ปลอดภัยอย่าให้สูญหาย และต้องทำรายงานการใช้ใบเสร็จรับเงินทุกสิ้นปีงบประมาณ เสนอประธานกรรมการบริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 18)
3. หัวหน้าส่วนการคลังหรือเจ้าหน้าที่การเงินและการบัญชี มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ การเงินและการบัญชีเฉพาะด้านรายรับ การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
1. บันทึกรายได้ทุกรายการในบัญชีเงินสดและให้เรียงตามลำดับก่อนหลังของรายการที่เกิดขึ้นโดยมีเอกสารหลักฐานแสดงรายการประกอบ เมื่อบันทึกรายการผ่านบัญชีเงินสดแล้ว จึงยกยอดรายการไปบัญชีแยกประเภท (ข้อ 11) 1. มีส่วนร่วมในกิจการของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมหมู่บ้าน ได้แก่ วัด กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพต่างๆ สหกรณ์ต่างๆ ศูนย์กีฬา ฯลฯ เพื่อสร้างความสนิทสนมและให้ความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 3)
2. จัดทำใบโอน สำหรับบันทึกรายการรับ โอนเงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับเงินสด การโอนแก้ไขข้อผิดพลาด การปรับปรุงบัญชี และการโอนปิดบัญชี ข้อ12) 2.เป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนางานในท้องถิ่น (ข้อ 8)
3. จัดทำบัญชีเงินสด บัญชีแยกประเภท รายงานเงินคงเหลือประจำวัน ทะเบียนคุมเงินรายได้ ทะเบียนคุมเงินฝากธนาคาร สมุดคุมการรับเช็คและตั๋วแลกเงิน และใบโอน ตามคู่มือการปฏิบัติงานด้านการคลัง การเงินและการบัญชีขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 13)
4. หัวหน้าส่วนโยธา มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ ภาษีบำรุงท้องที่ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีป้าย
1. สำรวจ ตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดิน จำนวนเนื้อที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินในแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน(ผ.ท.1)ให้เป็นปัจจุบัน โดยประสานงานกับสำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงเจ้าของที่ดิน จำนวนเนื้อที่ดิน แล้วส่งให้หัวหน้าส่วนการคลังปรับปรุงทะเบียนทรัพย์สิน ผ.ท.4)( ข้อ 14)
2.อำนวยความสะดวกและให้บริการการชำระภาษีด้วยความเต็มใจและรวดเร็ว พร้อมทั้งหาวิธีการเพื่อที่จูงใจให้ผู้เสียภาษีมาเสียภาษี
(ข้อ 15) (ข้อ 14) ข้อ 12)
รายได้จากค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและค่าปรับ รายได้ที่อบต.ได้รับจัดสรรจากส่วนราชการอื่น รายได้ที่อบตได้รับเงินอุดหนุนทั่วไปจากรัฐบาล
1.สำรวจกิจการในพื้นที่ที่ต้องขออนุญาตและเสียค่าธรรมเนียมและให้บันทึกเพิ่มเติมไว้ในทะเบียนทรัพย์สินให้ครบถ้วน (ข้อ9)
2. ต้องสำรวจกิจการที่ต้องขออนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม เมื่อมีการออกข้อบังคับตำบลแล้ว หากไม่ออกสำรวจถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติ (ข้อ13)
3. จัดทำทะเบียนคุมผู้ขอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารสิ่งก่อสร้าง ระยะเวลาการอนุญาตให้เรียบร้อยและครบถ้วน (ข้อ 16)
4. สอดส่องดูแลการก่อสร้าง ดัดแปลงอาคารสิ่งก่อสร้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อ17)
4. หัวหน้าส่วนโยธา มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องดำเนินการเกี่ยวกับมาตรการการจัดเก็บรายได้ ดังนี้ การเงินและการบัญชีเฉพาะด้านรายรับ การติดต่อสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ การจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน
1. มีส่วนร่วมในกิจการของประชาชนในท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมหมู่บ้าน ได้แก่ วัด กลุ่มสตรี กลุ่มอาชีพต่างๆ สหกรณ์ต่างๆ ศูนย์กีฬา ฯลฯ เพื่อสร้างความสนิทสนมและให้ความรู้เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่และภาระกิจขององค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 3) 1. จัดทำแผนที่แม่บท โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศในเขตอบต.มาตราส่วน 1 : 1,000 ในเขตเมือง และ 1 : 4,000 ในเขตชนบท และตรวจสอบแนวเขตของอบต.และการแบ่งพื้นที่เขตให้เรียบร้อย (ข้อ5)
2. เป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งในท้องถิ่นที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์มุ่งพัฒนางานในท้องถิ่น (ข้อ8) 2. คัดลอกข้อมูลแปลงที่ดินจากสำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือสำนักงานที่ดินอำเภอ เพื่อจัดทำตารางระวางที่ดินทาบทับแผนที่แม่บท (ข้อ 6)
3. รวบรวมข้อมูลต่างๆ ในแปลงที่ดินแต่ละแปลงจากระวางแผนที่และสาระบบที่ดินของสำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสาขาหรือสำนักงานที่ดินอำเภอ ลงในแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน ผ.ท.1) (>ข้อ 7)
4. นำแผนที่แม่บทและแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน (ผ.ท.1) ไปเดินสำรวจให้ได้รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน เช่น สิทธิครอบครอง ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นต้น โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง ป้าย และการประกอบกิจการค้าในแปลงที่ดิน แล้วบันทึกลงในแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับที่ดิน (ผ.ท.1) แบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรือน (ผ.ท.2) และแบบสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับป้ายและใบอนุญาตต่างๆ (ผ.ท.3) ให้ครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมกับลงลายมือชื่อผู้สำรวจและผู้ตรวจสอบข้อมูล และส่งข้อมูลให้หัวหน้าส่วนการคลังเพื่อจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน(ผ.ท.4) (ข้อ 8)
5. นำข้อมูลจากการเดินสำรวจภาคสนามมาปรับแผนที่แม่บทแล้ว จะได้แผนที่ภาษีและให้ลงลายมือชื่อผู้จัดทำและผู้ตรวจสอบไว้เป็นหลักฐาน และให้ทำสำเนาแผนที่ภาษีอีก 1 ชุด เพื่อใช้ในการจัดเก็บและปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (ข้อ 9)
6. จัดเก็บรักษาแผนที่ภาษีมิให้มีการทำลายหรือสูญหาย ( ข้อ15)
7. ปรับฐานข้อมูลในแผนที่ภาษี ให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ โดยในการปรับข้อมูลดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล (ข้อ 16)
|
| โดยคุณ .... (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:27 น. ] ผู้ตอบคนที่ 2 |
|
|
โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของ อบต.
ตาม พ.ร.บ. สภาตำบล และ อบต. พ.ศ. 2537 และแก้ไขเพิ่มเติม ( ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2543
อบต.
มีฐานะเป็นนิติบุคคล
และเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น (ม.43)
..............
สภา อบต. (ม.45)
- ประกอบด้วยสมาชิกสภา อบต. หมู่บ้านละ 2 คน ถ้า อบต. ใดมี 2 หมู่บ้าน ๆ ละ 3 คน : ถ้ามี 1 หมู่บ้าน 6 คน มีอายุคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
- มีประธาน อบต. 1 คน รองประธานสภา อบต. 1 คน ซึ่งสภาเลือกจากสมาชิกให้นายอำเภอแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปีและมีเลขานุการสภา อบต. 1 คน ซึ่งเลือกจากสมาชิก
สำเนาหน้าที่ (ม.46)
1. ให้ความเห็นชอบแผนพัฒนา อบต. เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารกิจการ ขององค์การบริหารส่วนตำบล
2. พิจารณา และให้ความเห็นชอบในร่างข้อบังคับตำบล ร่างข้อบังคับงบประมาณรายจ่าย รายปี และร่างข้อบังคับงบประมาณ รายจ่ายเพิ่มเติม
3. ควบคุมการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ให้เป็นไปตามนโยบาย และแผนพัฒนาตำบล ข้อ 1 และกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทางราชการ
..........
คณะกรรมการบริหาร อบต. (ม.58)
- ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร 1 คน กรรมการบริหาร 2 คน ซึ่งสภาเลือกจากสมาชิก เสนอให้นายอำเภอแต่งตั้ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง ตามอายุของสภา อบต.
สำเนาเหน้าที่ (ม.59)
1. บริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล ให้เป็นไปตามมติ ข้อบังคับและแผนพัฒนาตำบล และรับผิดชอบ การบริหารกิจการขององค์การบริหารส่วนตำบล ต่อสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
2. จัดทำแผนพัฒนาตำบล และงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อเสนอให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล พิจารณาให้ความเห็นชอบ
3. ขายงานการปฏิบัติงาน และการใช้จ่ายเงินให้สภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทราบอย่างน้อยปีละสองครั้ง
4. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
..........
พนักงานส่วนตำบล (ม.72)
- คือบุคคลซึ่งได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งตามพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานส่วนตำบล พ.ศ. 2539 ให้ปฏิบัติหน้าที่ใน องค์การบริหารส่วนตำบล โดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือน ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามกรอบอัตรากำลังดังนี้
: อบต. ชั้น 1 = 21 ตำแหน่ง : อบต. ชั้น 2 = 12 ตำแหน่ง
: อบต. ชั้น 3 = 6 ตำแหน่ง : อบต. ชั้น 4 = 4 ตำแหน่ง
: อบต. ชั้น 5 = 3 ตำแหน่ง
- อบต. ทุกชั้นอย่างน้อย จะมีตำแหน่งปลัด อบต. 1 ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนโยธา 1 ตำแหน่ง และหัวหน้าส่วนการคลัง 1 ตำแหน่ง..
.........
ประชาชนในเขต อบต. มีสิทธิและหน้าที่ดังนี้
1. มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบต. 7. มีหน้าที่ไปเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต.
2. ถอดถอนสมาชิกหรือผู้บริหาร อบต. 8. ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับตำบล
3. เสนอให้ออกข้อบังคับตำบล 9. เสียภาษีแก่ อบต.
4. แสดงเจตนารมณ์ในการรวม อบต. 10. สนับสนุนและร่วมกิจกรรมกับ อบต.
5. เข้าฟังการประชุมสภา อบต. 11. ติดตามและดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของ อบต.
6. เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการการซื้อ การจ้าง โดยวิธีสอบราคา ประกวดราคา และวิธีพิเศษของ อบต. อย่างน้อยคณะละ 2 คน 12. ร่วมกันเสริมสร้างชุมชน และประชาคมหมู่บ้าน ของตนให้เข้มแข็ง
13. ได้รับบริการสาธารณะ และการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข จาก อบต. ตามอำนาจหน้าที่ของ อบต.
............
หมายเหตุ
1. โครงสร้างนี้ใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2542 เป็นต้นไป
2. อบต. ที่จัดตั้งในปี 2540 ยังใช้โครงสร้างเดิมไปจนกว่าจะครบวาระในวันที่ 11 พฤษภาคม 2544 |
| โดยคุณ .... (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:31 น. ] ผู้ตอบคนที่ 3 |
|
|
| http://www.tambol.com/tambol/intro7.asp |
| โดยคุณ .... (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:34 น. ] ผู้ตอบคนที่ 4 |
|
|
โครงสร้างองค์กรและการบริหารงานบุคคล
มาตรา72 แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537ได้กำหนดองค์การบริหารส่วนตำบลจัด แบ่งการบริหารงานออกเป็น
1.สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล
2.ส่วนต่างๆที่องค์การบริหารส่วนตำบลได้ตั้งขึ้น
ซึ่งในส่วนของต่างๆที่องค์การบริหารส่วนตำบลจะจัดตั้งขึ้นนั้น ให้คำนึงถึงภารกิจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยอย่าง น้อยควรมีโครงสร้างทางการบริหาร ดังนี้
1. สำนัก ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารทั่วไป งานธุระการ งานพิมพ์ดีด งานการเจ้า หน้าที่ งานสวัสดิการ งานการประชุม งานเกี่ยวกับการตราข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานการพาณิชย์ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานจัดทำแผนพัฒนาตำบล งานจัดทำข้อบังคับ งบประมาณประจำปี งานขออนุมัติดำเนินตามข้อบังคับ งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือได้รับ มอบหมาย
2. ส่วนการคลัง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่าย การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การตรวจเงิน การหักภาษีเงินได้ และการนำส่งภาษี งานเกี่ยวกับการตัดโอนเงินเดือน งานรายงานเงินคงเหลือ ประจำวัน งานขออนุมัติตัดปีและขอขยายเวลาเบิกจ่าย งานการจัดทำงบ แสดงฐานะทางการเงิน งบทรัพย์สิน หนี้สิน งบโครงการ ดงินสะสม งานการจัดทำบัญชีทุกประเภท งานทะเบียนคุม เงินรายได้ รายจ่าย งานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย
3. ส่วนโยธา ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานสำรวจ ออกแบบ เขียนแบบถนน อาคาร สะพาน แหล่งน้ำ งานการประมาณค่าใช้จ่าย ตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานการก่อสร้าง และซ่อมบำรุงทาง อาคาร สะพาน แหล่งน้ำ งานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับมอบหมาย
การกำหนดตำแหน่งและและกรอบอัตรากำลังของพนักงานและลูกจ้างองค์การบริส่วนตำบล
1. การกำหนดตำแหน่งพนักงานส่วนตำบล
ก.ท. ในฐานะองค์กรกลางบริหารบุคคลของพนักงานส่วนตำบลตามพระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานส่วนตำบล พ.ศ.2539 ได้กำหนดตำแหน่งพนักงานส่วนตำบลไว้จำนวน 21 ตำแหน่ง ดังนี้
1. ปลัดองค์กรบริหารส่วนตำบล (เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป3-7)
2. รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล(เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป3-6)
3. หัวหน้าปลัดสำนักปลัดองค์กรบริหารส่วนตำบล(เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป3-5)
4. หัวหน้างานธุระการ (เจ้าพนักงานธุระการ2-5)
5. เจ้าหน้าที่ธุระการ ระดับ1-4
6. เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ระดับ1-4
7. หัวหน้างานนิติการ(นิติกร 3-5)
8. หัวหน้าส่วนการคลัง(เจ้าหน้าที่บริหารงานการเงินและบัญชี 2-6)
9. หัวหน้างานงบประมาณ(เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี2-5)
10. หัวหน้างานจัดเก็บรายได้(เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้2-5)
11. เจ้าหน้าที่จัดเก็บรายได้ ระดับ1-4
12. หัวหน้างานการเงินและบัญชี(เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี2-5)
13. เจ้าหน้าที่การและบัญชี ระดับ1-4
14. หัวหน้าส่วนโยธา (เจ้าหน้าที่บริหารงานช่าง2-6)
15. หัวหน้างานโยธา(วิศวกรโยธา3-6)
16. นายช่างโยธา ระดับ2-5
17. ช่างโยธา ระดับ1-4
18. หัวหน้าส่วนสาธารณสุข(นักบริหารงานสาธารณสุข3-6)
19. หัวหน้างานสุขาภิบาล(นักวิชาการสุขาภิบาล3-6)
20. หัวหน้างานป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ(พยาบาลวิชาชีพ3-5)
21. เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน ระดับ2-4
2. กรอบอัตรากำลัง
เนื่องจากองค์กรการบริหารส่วนตำบลแต่ละแห่งมีศักยภาพแตกต่างกัน โดยเฉพาะในเรื่องของรายได้ฉะนั้น เพื่อให้การ กำหนดอัตรากำลังพนักงานส่วนตำบลดหมาะสมกับรายได้และปริมาณงานของ อบต.ต่างๆสำนักงาน ก.ท. จึงดำเนินการจัดแบ่งชั้น อบต. ออกเป็น 5 ชั้น โดยนำเรื่องของได้ พื้นและ ประชากรของ อบต. ต่างมาเกณฑ์ในการพิจรณา
ชั้น อบต. เกณฑ์รายได้ จำนวนพนักงานส่วนตำบล
1 20 ล้านบาทขึ้นไป 21
2 12-20 ล้านบาท 12
3 6-12 ล้านบาท 6
4 3-6 ล้านบาท 4
5 ไม่เกิน 3 ล้านบาท 3
นอกจากพนักงานส่วนตำบลแล้ว องค์การบริหารส่วนตำบลยังสามารถจ้างลูกจ้างลูกจ้างชั่วคราว และลุกจ้าง ประจำเพี่อช่วย ปฏิบัคิงานได้
3. การกำหนดลูกจ้าง
สำหรับตำแหน่งลูกจ้างที่ อบต.จะดำเนินการจ้างได้นั้น กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือดว่นมากที่ มท.03/ว.1703 ลงวันที่30พฤษภาคม2538 ให้นำบัญชีกำหนดตำแหน่งลูกจ้างชองเทศบาลเมืองพัทยา และสุขาภิบาล มาใช้ซึ่งตำแหน่งต่างๆได้แก่
1. คนงานทั่วไป
2. คนงานประจำรถขยะ
3. คนวานประจำรถดูดสิ่งปฏิ+++ล
4. คนงานประจำโรงฆ่าสัตว์
5. คนงานประจำเรือรถยนต์
6. นักการ
7. ภารโรง
8. ยาม
9. คนสวน
10. พนักงานผลิตน้ำประปา
11. พนักงานขับเรือยนต์หรือนายท้ายเรือ
12. พนักงานขับรถยนต์
13. พนักงานขับเรือขุด
14. พนักงานขับเครื่องจักรขนาดเบา
15. พนักงานขับเครื่องจักรขนาดกลาง
16. พนักงานขับเครื่องจักรขนาดหนัก
17. พนักงานจดมาตราวัดน้ำ
18. พนักงานเทศ
19. พนักงานดับเพลิง
20. พนักงานวิทยุ
21. ผู้ชว่ยช่างทุกประเภท
22. ครูดูแลเด็กอกนุบาลและปฐมวัย
นอกจากนี้ อบต.สามารถจ้างลูกจ้างในตำแน่ง เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี, ช่างโยธา, เจ้าหน้าที่จัดเก็บารายได้และ เจ้าหน้าที่ธุระการ ได้โยถือปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ดว่นที่สุด ที่ มท.0318/ว.2438 ลงวันที่2สิงหาคม2538
4. กรอบอัตราลูกจ้าง องค์การบริส่วนตำบลสามารถจ้างลูกจ้างชั่วคราว และลูกจ้างประจำตามกำลังรายได้(ไม่รวมเงินอุดหนุน ) ของตนเอง ดังนี้
รายได้ของ อบต. จำนวนลูกจ้าง
1. ตั้งแต่ 3 แสนบาทลงมา 1-2 คน
2. เกิน 3 แสนบาท ถึง 5 แสนบาท 1-4 คน
3. เกิน 5 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาท 2-8 คน
4. เกิน 1 ล้านบาท ถึง 1.5 ล้านบาท 2-10 คน
5. เกิน 1.5 ล้านบาท ถึง 2 ล้านบาท 5-14 คน
6. เกิน 2 ล้านบาท ถึง 3 ล้านบาท 5-18 คน
7. เกิน 3 ล้านบาทขึ้นไป 5-24 คน
...........
http://www.tambol.com/tambol/manage3_1.asp
.........
|
| โดยคุณ .... (203.144.134.*) [ วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน 2549 เวลา 22:37 น. ] ผู้ตอบคนที่ 5 |
|
|
ขอบคุณครับ  |
| โดยคุณ เจ้าหน้าที่ (203.113.71.*) [ วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน 2549 เวลา 09:32 น. ] ผู้ตอบคนที่ 6 |
|
|
หมู่ 1 เอาเด็กมามาเป็น อบต.หาคนดีมีวัยวุฒิไม่ได้แล้วหรือ  |
| โดยคุณ คนหมู่ อื่น (192.44.136.*) [ วันเสาร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2549 เวลา 05:10 น. ] ผู้ตอบคนที่ 8 |
|
|
| รับจัดทำแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน ด้วยระสารสนเทศภูมิศาสตร์ GIS&MIS จัดหาภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และโปรแกรมจัดเก็บทะเบียนทรัพย์สิน โปรแกรม GIS สนใจติดต่อ คุณ เสกสรรค์ โทร 0895084143 E:mail:[email protected] |
โดยคุณ เสกสรรค์ 202.149.24.129 [ วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551 เวลา 00:52 น. ] ผู้ตอบคนที่ 11 |
|
|
| มีนักวิชาการศึกษาแล้วหรือยังคะ |
|
|
ยังโกงกินกันอยู่หรือเปล่าครับท่านปลัด  |
| โดยคุณ ผู้รู้ 202.80.240.3 [ วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม 2553 เวลา 03:36 น. ] ผู้ตอบคนที่ 14 |
|
|
|